Automotive

The New Porsche Cayenne E-Hybrid เปิดตัวในงาน Gaysorn Village Menllennial 2018

ปอร์เช่ ประเทศไทย ร่วมเติมเต็มไลฟ์สไตล์สุดหรูของเหล่าสุภาพบุรุษ เปิดตัว คาเยนน์ อี-ไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ ครั้งแรกในไทย

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่าย รถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ร่วมเติมเต็มไลฟ์สไตล์สุดหรูของเหล่าสุภาพบุรุษ ด้วยการเปิดตัวปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Porsche Cayenne E-Hybrid) อย่างเป็นทางการ ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมจัดแสดงรถยนต์ปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด สปอร์ต ทัวริสโม่ (Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo) ในงาน Gaysorn Menllennial ระหว่างวันที่ 10 -16 กันยายน 2561 ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ

ภายในงาน Gaysorn Menllennial เต็มไปด้วยกิจกรรมต่างๆ ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเหล่าชายหนุ่มที่มีไลฟ์สไตล์สุดฮิป โดยปอร์เช่ ประเทศไทยได้ขนยนตรกรรมอี-ไฮบริดที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองไปร่วมจัดแสดง ซึ่งไฮไลท์ของงานคือการเปิดตัวรถยนต์ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Porsche Cayenne E-Hybrid) อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย โดยเหล่าผู้ร่วมงานสามารถสัมผัสและจับจองเป็นเจ้าของกับที่ สุดแห่งยนตรกรรมพรีเมียม SUV แห่งยุคที่ติดตั้งขุมพลัง E-performance พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกใหม่ล่าสุด ผสมผสานการบังคับควบคุมสไตล์สปอร์ต ให้เป็นหนึ่งเดียวกับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด เครื่องยนต์ V6 ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร (340 แรงม้า/250 กิโลวัตต์) เสริมพลังด้วยระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า (136 แรงม้า/100 กิโลวัตต์) ให้พละกำลังสูงสุดรวมกว่า 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุดถึง 700 นิวตันเมตร ด้วยแนวคิดในการพัฒนาแบบเดียวกับปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ (Porsche 918 Spyder) อัตราการบริโภคน้ำมัน เชื้อเพลิงเฉลี่ย 29.4 – 31.2 กิโลเมตรต่อลิตร อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 78 – 72 กรัมต่อกิโลเมตร อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 20.9 – 20.6 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร สนนราคาที่ 7.5 ล้านบาท

ในงานนี้ เอเอเอสฯ นำรถยนต์ปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด สปอร์ต ทัวริสโม่ (Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo) ที่สุดแห่งการออกแบบสุดหรูหราและล้ำสมัยด้วยรูปแบบที่นั่ง 4+1 พรั่งพร้อมด้วยความอเนกประสงค์ โดดเด่นด้วย ฝากระโปรงท้ายขนาดใหญ่ปริมาตรความจุ 520 ลิตร และพนักพิงหลังบริเวณห้องโดยสารตอนท้าย สามารถพับเก็บและ เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้ถึง 1,390 ลิตร พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด สปอร์ต ทัวริสโม่ (Panamera 4-E Hybrid Sport Turismo) คันนี้ให้พลังงานการขับเคลื่อนสูงสุดถึง 462 แรงม้า มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 40 กิโลเมตรต่อ ลิตรและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 56 กรัมต่อกิโลเมตร สนนราคาเริ่มต้น 9.5 ล้านบาทมาร่วม
อวดโฉมด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม

ปอร์เช่เสริมทัพขุมพลังขับเคลื่อนไฮบริด ต่อยอดสมรรถนะเหนือระดับให้ยนตรกรรม SUV สุดหรู: ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Porsche Cayenne E-Hybrid) ผสมผสานการบังคับควบคุมสไตล์สปอร์ต ให้เป็นหนึ่งเดียวกับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด เครื่องยนต์ V6 ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร (340 แรงม้า/250 กิโลวัตต์) เสริมพลังด้วยระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า (136 แรงม้า/100 กิโลวัตต์) ให้พละกำลังสูงสุดรวมกว่า 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุดถึง 700 นิวตันเมตร พร้อมนำพายนตรกรรมสปอร์ต SUV พุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด ทันทีที่เหยียบคันเร่ง; ด้วยศักยภาพของขุมพลังที่สืบทอดแนวทางการออกแบบจากรถซูเปอร์สปอร์ตอย่าง ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ (Porsche 918 Spyder) คาเยนน์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (Cayenne plug-in hybrid) สามารถเร่งออกตัวจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 5.0 วินาทีเท่านั้น เร้าใจยิ่งกว่าด้วยความเร็วสูงสุดถึง 253 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด ใหม่(The new Cayenne E-Hybrid) สามารถเดินทางได้ 441) กิโลเมตร และทำความเร็วได้ถึง 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเมื่อวัดตาม มาตรฐาน New European Drive Cycle (NEDC) โดยขึ้นอยู่กับขนาดของยางรถยนต์ที่ติดตั้งอยู่ที่ 29.4 – 31.2 กิโลเมตร ต่อลิตร หรือ 3.4 – 3.2 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 20.9 – 20.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร นอกจากการเปิดตัว คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ปอร์เช่ยังได้เพิ่มเติม อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบช่วยเหลือการขับขี่หลากหลายรายการให้แก่คาเยนน์ (Cayenne) ทุกรุ่น อาทิ หน้าจอ แสดงข้อมูล head-up display แบบใหม่ เบาะนวดไฟฟ้า และล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 22 นิ้ว

พละกำลังสูงสุดกว่า 462 แรงม้า ด้วยแนวคิดในการพัฒนาแบบเดียวกับปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ (Porsche 918 Spyder) 

คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) คือหนึ่งในผลงานอันเป็นตัวแทนที่แสดงออกถึงทิศทางการพัฒนายานพาหนะ พลังงานไฟฟ้าในอนาคตของปอร์เช่ ประจำการด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในสมรรถนะสูง ซึ่งผ่านการปรับแต่งจนมีกำลัง สูงสุดเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมถึง 7 แรงม้า (5 กิโลวัตต์) รวมเป็น 340 แรงม้า (250 กิโลวัตต์) ประสิทธิภาพจากระบบขับเคลื่อน พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 43 เปอร์เซ็นต์ หรือ 136 แรงม้า (100 กิโลวัตต์) ทั้ง 2 ขุมพลังผสานพละกำลังสูงสุดกว่า 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์) แนวทางในการออกแบบระบบเสริมสมรรถนะที่ได้รับการถ่ายทอดโดยตรงจากรถซูเปอร์สปอร์ต ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ (Porsche 918 Spyder) ถูกนำมาใช้อย่างเหมาะสมลงตัว เพื่อให้มั่นใจว่ามอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงาน ได้อย่างเต็มศักยภาพเมื่ออยู่ภายใต้โปรแกรมการขับขี่ทุกรูปแบบของชุดแต่งสปอร์ตโครโน (Sport Chrono Package) ซึ่งติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นั่นหมายความว่าแรงบิดสูงสุดจะพร้อมตอบสนองต่อการบังคับควบคุมทุกครั้งที่สัมผัสคัน เร่ง ผู้ขับขี่สามารถสนุกสนานกับอัตราเร่งและแรงบิดมหาศาลในทุกรอบความเร็ว พร้อมรับมือกับสถานการณ์บนท้องถนน ที่ต้องเผชิญด้วยความมั่นใจ ทั้งหมดข้างต้นนำมาซึ่งเสถียรภาพการทรงตัวและประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยมกำลังสำรอง ที่ล้นเหลือจากมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกเก็บสะสมเอาไว้ผ่านการชาร์จแบตเตอรี่ระหว่างการเดินทางโดยขึ้นอยู่กับโปรแกรมการขับขี่ที่เลือกใช้งานขณะนั้น โหมด Sport และ Sport Plus เน้นการดึงสมรรถนะตัวรถออกมาจนถึงขีดสุด พลังงานจากแบตเตอรี่ทั้งหมดจะได้รับการนำมาใช้เพื่อสร้างอัตราเร่ง สำหรับโหมด Sport การชาร์จแบตเตอรี่จะเกิด ขึ้นเพื่อให้เพียงพอต่อการเสริมพละกำลัง ในส่วนของโหมด Sport Plus แบตเตอรี่จะได้รับการชาร์จอย่างรวดเร็ว ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โหมดการขับขี่อื่นๆ นั้นเหมาะสมกับลักษณะการขับขี่ที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน เชื้อเพลิงสูงสุด

ชาร์จพลังงานผ่านระบบ Porsche Connect app และ Porsche Charging Service 

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งในปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Porsche Cayenne E-Hybrid) ได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเพื่อเพิ่ม ความจุในการเก็บสะสมพลังงาน เสริมขีดความสามารถทั้งในแง่ของพิสัยระยะการเดินทางและพละกำลังสำรองยามที่ต้องการอัตราเร่ง: เมื่อเปรียบเทียบกับ คาเยนน์ (Cayenne) รุ่นก่อนหน้า พบว่าความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นจาก 10.8 เป็น 14.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ แบตเตอรี่ดังกล่าวผ่านการระบายความร้อนด้วยระบบ fluid-cooled ติดตั้งลงบริเวณพื้นตัวถังด้านท้ายของรถอย่างหนาแน่น ประกอบด้วยโมดูลพลังงาน 8 ชุด ภายใน แต่ละโมดูล คือเซลล์ prismatic lithium ion จำนวน 13 เซลล์ สามารถชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มความจุภายในระยะเวลา 7.8 ชั่วโมง ด้วยไฟฟ้าแรงดัน 230 โวลต์ ผ่านสายต่อขนาดกระแส 10 แอมป์ ในกรณีที่ใช้อุปกรณ์พิเศษ on-board charger 7.2 กิโลวัตต์ ด้วยไฟฟ้าแรงดัน 230 โวลต์ ผ่านสายต่อขนาดกระแส 32 แอมป์ แทนที่ระบบชาร์จมาตรฐานแบบ 3.6 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่จะได้รับการชาร์จพลังงานจนเต็มความจุภายในระยะเวลาเพียง 2.3 ชั่วโมงเท่านั้น

กระบวนการชาร์จพลังงานสามารถควบคุมและตรวจสอบสภาวะการทำงานผ่านระบบติดต่อสื่อสาร Porsche Communication Management (PCM) พร้อมสั่งการระบบปรับอากาศอย่างสะดวกสบายจาก Porsche Connect app ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มอุณหภูมิหรือลดอุณหภูมิในขณะปิดสวิทช์กุญแจ ทั้งหมดข้างต้นติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานและ สามารถเลือกเชื่อมต่อด้วยโทรศัพท์มือถือได้ตามต้องการ นอกจากนี้ระบบ Porsche Connect ยังรองรับการค้นหาและ คัดกรองสถานีชาร์จพลังงาน รวมทั้งบันทึกตำแหน่งที่ตั้งของสถานีลงในจุดหมายของระบบนำทางผ่านดาวเทียม ระบบ เครือข่ายการให้บริการ Porsche Charging Service ใหม่ล่าสุด เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่เข้าถึง สถานีบริการชาร์จพลังงาน สาธารณะได้โดยอิสระ ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการจะถูกส่งตรงมายังผู้ใช้งานผ่าน Porsche ID account โดยไม่จำเป็นต้อง ลงทะเบียนใช้งานเพิ่มเติมกับผู้ให้บริการรายอื่นแต่อย่างใด

ระบบขับเคลื่อนไฮบริด และเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ Tiptronic S ใหม่ล่าสุด 

ปอร์เช่ ออกแบบและสร้างสรรค์ระบบขับเคลื่อนและระบบส่งกำลังของ คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ใหม่ทั้งหมด ชุดขับเคลื่อนไฮบริด ประกอบด้วยเซลล์พลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงพร้อมชุดคลัทช์อิสระ electromechanical แตกต่างจากระบบ electro-hydraulic และอุปกรณ์ spindle actuator ในรุ่นก่อนหน้าให้อัตรา การตอบสนองที่รวดเร็วและฉับไวกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนของระบบส่งกำลังประจำการด้วยเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 จังหวะ Tiptronic S ที่ได้รับการปรับแต่งใหม่สำหรับปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) โดยเฉพาะเกียร์อัตโนมัติ ชุดนี้ไม่เพียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความนุ่มนวล แต่ยังสามารถปรับเปลี่ยนอัตราทดได้อย่างรวดเร็ว ลดอาการกระตุกที่เกิดขึ้น ขณะเปลี่ยนจังหวะ

หนึบแน่นด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive พร้อมสมรรถนะการลากจูงสูงสุดกว่า 3.5 ตัน ด้วยการทำงานของระบบ Porsche Traction Management (PTM) ส่งผลให้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ของ คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ได้รับการควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านอุปกรณ์ map-controlled multiplate clutch โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนอย่างเหมาะสม การทำงานของระบบดังกล่าวช่วยให้ผู้ขับขี่ สามารถบังคับควบคุมรถยนต์ได้ทุกรูปแบบการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่สไตล์สปอร์ตความเร็วสูงที่ต้องการเสถียรภาพ ในการทรงตัว หรือแม้แต่ในยามบุกตะลุยไปบนเส้นทางทุรกันดารสไตล์ offroad ต้องยกประโยชน์ให้ระบบรองรับและช่วง ล่างของ คาเยนน์ ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ารถสปอร์ตพันธุ์แท้ เฉกเช่นกับที่เคยเป็นมาใน ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) ทุกเจเนอเรชั่น ระบบควบคุมการทรงตัว Porsche Active Suspension Management (PASM) ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้สามารถเลือกสั่งติดตั้งอุปกรณ์พิเศษอีกหลากหลายรายการ อาทิ ระบบ Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) ระบบ roll stabilisation และระบบลากจูงรถต่อพ่วงที่สามารถ รับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 3.5 ตัน

จัดเต็มอุปกรณ์พิเศษ: หน้าจอแสดงผล head-up display และล้ออัลลอยน้ำหนักเบา ขนาด 22 นิ้ว 

พร้อมกับการเปิดตัว คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Porsche Cayenne E-Hybrid) ปอร์เช่ได้บรรจงเพิ่มเติมระบบช่วยเหลือ การขับขี่และนวัตกรรมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำยุคมากมายหลายรายการ สำหรับ คาเยนน์ (Cayenne) ทุกรุ่น นับเป็นครั้งแรกของปอร์เช่สำหรับการติดตั้งหน้าจอแสดงผลแบบใหม่ head-up display ทำงานด้วยการฉายภาพข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับระบบต่างๆ ของตัวรถไปยังระดับสายตาของผู้ขับขี่โดยตรงในลักษณะของหน้าจอสี ในส่วนของอุปกรณ์ พิเศษอื่นๆ ที่ได้รับการเพิ่มเติมลงใน คาเยนน์ (Cayenne) เป็นครั้งแรก ได้แก่ ระบบดิจิทัลช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Porsche InnoDrive พร้อมระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ adaptive cruise control เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบนวดไฟฟ้า massage seats ระบบไล่ฝ้ากระจกบังลมหน้า heated windscreen ระบบทำความร้อนภายในห้องโดยสารแยกตำแหน่ง อิสระควบคุมด้วยรีโมท และล้ออัลลอยน้ำหนักเบา ขนาด 22 นิ้ว

อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าการปล่อยไอเสีย 

ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Porsche Cayenne E-Hybrid): อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 29.4 – 31.2 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 3.4 – 3.2 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 78 – 72 กรัมต่อกิโลเมตร; อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 20.9 – 20.6 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร

1) ระยะทางขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุดอยู่ระหว่าง 42 และ 44 กิโลเมตร โดยขึ้นอยู่กับยางรถยนต์ที่ได้รับการติดตั้ง

2) อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์ยอนไดออกไซด์ ขึ้นอยู่กับยางรถยนต์ที่ได้รับการติดตั้ง

ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Porsche Cayenne E-Hybrid)

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ V6 ความจุ 2,995 ซีซี พร้อมระบบ ปลั๊ก-อิน (Plug-in)

ความเร็วสูงสุด 253 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 29.4 – 31.2 กิโลเมตรต่อลิตร

อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 78 – 72 กรัมต่อกิโลเมตร

ความยาวฐานล้อ 2,895 มิลลิเมตร

ความยาว 4,918 มิลลิเมตร

ความกว้าง 1,983 มิลลิเมตร (ความกว้างรวมกระจกมองข้าง 2,194 มิลลิเมตร)

ความสูง 1,696 มิลลิเมตร

462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์)* ที่ 5,250 – 6,400 รอบต่อนาที

700 นิวตันเมตร* ที่ 1,000 – 3,750 รอบต่อนาที

น้ำหนักรถเปล่า (DIN) 2,295 กิโลกรัม

น้ำหนักรถรวมของเหลว 3,030 กิโลกรัม

อัตราเร่ง แรงม้าและแรงบิด

0 – 60 ไมล์ต่อชั่วโมง 4.7 วินาที

0 – 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 6.3 วินาที

(ใช้พลังงานไฟฟ้า)

0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 5.0 วินาที

0 – 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 11.5 วินาที

0 – 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 19.1 วินาที

*แรงม้าและแรงบิดที่ได้จากเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนไฮบริด ค่าที่ได้อาจแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับแต่ละภูมิภาค

ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Porsche Cayenne E-Hybrid): อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 29.4 – 31.2 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 3.4 – 3.2 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร;

อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 78 – 72 กรัมต่อกิโลเมตร; อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 20.9 – 20.6 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Porsche Centre Bangkok โทร. 02-522-6655
Porsche Centre Pattanakarn โทร. 02-369-1111
Porsche City Showroom Siam Paragon ชั้น 2 โทร. 02-610-9911

Show More

DigitalNext

Blogger ที่มีงานเขียน (Content Provider) ให้กับเว็บไซต์ชื่อดังหลายแห่งในไทย ประเภทของเนื้อหา มีทั้งทางด้านอุปกรณ์ไอที-สื่อสาร, Gadget, เครื่องเสียง, เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน, ยานยนต์, สุขภาพชายหนุ่ม, อาหาร, ช้อปปิ้ง, อสังหาริมทรัพย์ และอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Related Articles

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Close
Close