Home Appliance

เครื่องฟอกอากาศ Philips Air Purifier Series 3000i สั่งงานง่ายผ่านแอปพลิเคชั่น Air Matters

ฟิลิปส์ ยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ด้วยเครื่องฟอกอากาศ Philips Air Purifier Series 3000i และแอพพลิเคชั่น Air Mattersให้คุณจัดการกับอากาศภายในบ้านได้จากทุกที่ หมดกังวลเรื่องโรคภูมิแพ้และมลพิษภายในบ้าน 

นอกเหนือจากมลพิษภายนอกบ้านที่เราต้องเผชิญแล้ว หลายๆ คนที่มีปัญหาเรื่องโรคภูมิแพ้ จำเป็นต้องหาวิธีต่างๆ ในการป้องกันและบรรเทาอาการ โดยเฉพาะการจัดการกับอากาศภายในบ้าน ฟิลิปส์ ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ ตระหนักถึงปัญหาและความสำคัญของเรื่องอากาศภายในบ้านที่เราต้องหายใจเข้าไปทุกวัน  ล่าสุดได้จับมือกับแอพพลิเคชั่น Air Matters พัฒนาให้เครื่องฟอกอากาศ Philips Air Purifier Series 3000i  สามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นได้ พร้อมลดปริมาณฝุ่นละอองและสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เพื่อให้ผู้บริโภควางใจว่าจะได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ยิ่งขึ้นขณะอยู่ในบ้าน

แม้ว่ามลพิษในอากาศนอกอาคารมีปริมาณมากขึ้น จนทำให้ความเสี่ยงที่มลพิษเหล่านั้นจะส่งผลเสียต่อสุขภาพก็มีมากขึ้นเช่นกัน แต่จากสถิติกลับพบว่าอากาศภายในบ้านมีมลพิษสูงกว่า 2-5 เท่า[1] เลยทีเดียว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้หรือกระตุ้นให้อาการภูมิแพ้แย่ลง 

สำหรับโรคภูมิแพ้ แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่กลับส่งผลกระทบมากมายในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยร้อยละ 87 ของผู้ป่วยที่มีอาการเยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ ในขณะที่ร้อยละ 92 ของผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ ยอมรับว่าโรคภูมิแพ้ของตนกระทบต่อการทำงาน การไปโรงเรียน และการใช้ชีวิตประจำวัน[2]

  • แอพพลิเคชั่น Air Matters สามารถตรวจวัดมลพิษและละอองเกสรหลากหลายชนิด ซึ่งอาจเป็นสารก่อภูมิแพ้ และยังสามารถเก็บข้อมูลย้อนหลัง ช่วยให้ผู้ใช้สามารถวัดได้ว่าค่ามลพิษสูงถึงระดับใดจึงจะส่งผลต่ออาการภูมิแพ้ของตน นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมการเปิด-ปิด การตั้งค่า และการตั้งความเร็วพัดลมของเครื่องฟอกอากาศผ่านแอพพลิเคชั่นนี้ พร้อมทั้งสามารถเรียกดูข้อมูลระดับฝุ่นละอองจากเครื่องฟอกอากาศได้ด้วยถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในบ้าน และเมื่อใช้งานแอพพลิเคชั่น Air Matters ร่วมกับเครื่องฟอกอากาศ Philips Air Purifier Series 3000i จะช่วยให้อากาศภายในบ้านสะอาดบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
  • กิจกรรมต่างๆ ที่ทำในชีวิตประจำวัน อาทิ การดูดฝุ่น การจัดเตียงในตอนเช้า และการตบหมอน ก็สามารถทำให้ฝุ่นละอองและสารก่อภูมิแพ้ฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน เทคโนโลยี AeraSense เซ็นเซอร์ตรวจจับอนุภาคในอากาศ ที่มีประสิทธิภาพระดับเดียวกับ Professional Sensor[3] หรือเซ็นเซอร์ที่ใช้ในห้องแล็บและห้องปฏิบัติการ สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของมลพิษในอากาศแม้เพียงนิดเดียว พร้อมการแสดงผลแบบเรียลไทม์ และยังแสดงผลดัชนีสารก่อภูมิแพ้ในบ้านได้ถึง 12 ระดับ
  • มีโหมดการปรับตั้งค่าอัตโนมัติที่เรียกว่า Allergen Mode สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรคภูมิแพ้โดยเฉพาะ คอยตรวจจับ และเมื่อพบการเพิ่มขึ้นของสารก่อภูมิแพ้จะทำการเร่งความเร็วลมของเครื่องฟอกอากาศแบบอัตโนมัติ ทำให้สามารถลดปริมาณสารก่อภูมิแพ้ในอากาศได้ทันที มีระบบกรองอากาศหลายขั้นตอน สามารถดักจับฝุ่นละอองได้ถึงร้อยละ 7 และดักจับอนุภาคที่มีขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอนซึ่งเป็นขนาดทั่วไปของสารก่อภูมิแพ้ อนุภาค แบคทีเรียและไวรัส
  • โหมดการตั้งค่าพิเศษ Bacteria and Virus Mode และโหมดการทำงานทั่วไป ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกการตั้งค่าด้วยตัวเองได้ถึง 5 ระดับ ตั้งแต่โหมดการทำงานที่เงียบที่สุดอย่าง ‘Sleep’ Mode ไปจนถึงโหมดการทำงานสูงสุดแบบ ‘Turbo Speed’  เพื่อให้เหมาะสมกับระดับความบริสุทธิ์ของอากาศที่ต้องการ
  • สามารถใช้งานได้กับห้องที่มีขนาดสูงสุด 95 ตร.ม.2
  • ลดกลิ่น สารอินทรีย์ระเหยต่างๆ หรือ แม้กระทั่งแบคทีเรียบางชนิด ด้วยแผ่นกรองอากาศขั้นต้นและแผ่นกรอง HEPA ทำหน้าที่กำจัดอนุภาคต่างๆ ในขณะที่แผ่นกรอง Active Carbon จะช่วยลดก๊าซและกลิ่น

นางสาวสิริวรรณ นิจกิจจาทร ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจ  Personal Health บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ที่ฟิลิปส์ เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้ผู้คนมีความเป็นอยู่ในบ้านที่ดีขึ้น เราจึงไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนานวัตกรรมของเราเพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพของผู้บริโภค เราจึงได้พัฒนาเครื่องฟอกอากาศ Philips Air Purifier Series 3000i และจับมือกับแอพพลิเคชั่น Air Matters ตัวช่วยที่จะทำให้ทุกคนสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ภายในบ้าน และลดสารก่อการระคายเคืองและสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ เพื่อลดอาการของโรคภูมิแพ้ ช่วยให้ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้รู้สึกปลอดภัยภายในบ้าน และสามารถตรวจวัดระดับสารก่อภูมิแพ้นอกบ้านได้อีกด้วย”

เครื่องฟอกอากาศ Philips Air Purifier Series 3000i ราคา 26,900 บาท วางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ที่ ศูนย์ข้อมูลผู้บริโภคฟิลิปส์ โทร. 02-614-3340 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ฟิลิปส์ได้ที่ www.philips.co.th  หรือเฟซบุ๊ก www.facebook.com/philipsthailand

[1] ตัวเลขที่แท้จริง เท่ากับอัตราส่วนระหว่างภายใน/ภายนอกอาคาร ที่ 1.62–6.37 สำหรับเดือนในฤดูร้อน และ 2.05–10.99  สำหรับเดือนในฤดูหาว ข้อความและภาพจาก: T. Salthammer Angewandte Chemie Int. Ed. 52, (2013), 3320;

[2] Allergy UK, http://www.allergyuk.org/downloads/Corporate%20/final-haymax-report-2016-part-1.pdf

[3] เซ็นเซอร์ที่มืออาชีพใช้ หมายถึง “Grim sensor” ซึ่งมีประสิทธิภาพในการตรวจจับที่ถือว่าได้มีความเที่ยงตรง ซึ่งมีการนำไปใช้อย่างแพร่หลายในห้องทดลองเพื่อการวิจัยจำนวนมาก

Show More

DigitalNext

Blogger ที่มีงานเขียน (Content Provider) ให้กับเว็บไซต์ชื่อดังหลายแห่งในไทย ประเภทของเนื้อหา มีทั้งทางด้านอุปกรณ์ไอที-สื่อสาร, Gadget, เครื่องเสียง, เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน, ยานยนต์, สุขภาพชายหนุ่ม, อาหาร, ช้อปปิ้ง, อสังหาริมทรัพย์ และอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Related Articles

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Close
Close