Cisco ชี้ผลกระทบ Digital Disruption และแนวโน้มของเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลกธุรกิจปี 2018

0

Cisco แถลงข่าวอัพเดตความสำเร็จทางธุรกิจ และทิศทางเทคโนโลยีในปีหน้า รวมถึงมุมมองของซิสโก้ต่อ Digital Journey, Digital Disruption ในไทย ทั้งวันนี้และอนาคตที่เราต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงท่ามกลางกระแสพายุดิจิทัล

เมื่อต้นปี 2560 คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์  Managing Director จาก Cisco Systems (Thailand) Ltd. ได้เคยกล่าวไว้ว่า “คำว่า Digital Transformation คือกระบวนการที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น ระบบ Cloud อุปกรณ์โมบายล์ และอื่น ๆ เพื่อก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ แล้วนำมาใช้แทนที่กระบวนการเชิงธุรกิจบางส่วนหรือทั้งหมด ส่วน Digital Disruption คือ ผลกระทบหลังจากที่เรานำเทคโนโลยีมาใช้แทนกระบวนการเดิม ๆ หรือมองง่าย ๆ ว่า Digital Transformation เป็นวงจรการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการทางธุรกิจ โดยมีเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหลักในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อเทคโนโลยีหนึ่งถูกแทนที่ด้วยอีกเทคโนโลยีหนึ่ง และถูกตัดสินว่าดีกว่าจนทำให้เทคโนโลยีเดิมถูกใช้งานน้อยลงหรือหายไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้คือ Digital Disruption”

ท่ามกลางกระแสพายุดิจิทัล หรือ Digital Vortex เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ  อุตสาหกรรมที่อยู่ใกล้กับศูนย์กลางพายุดิจิทัลมากที่สุดจะต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุด ขณะที่อุตสาหกรรมรอบนอกอาจได้รับผลกระทบอย่างฉับพลันในระดับที่น้อยกว่า  โดยรวมแล้ว อุตสาหกรรมทั้งหมดได้เคลื่อนเข้าสู่ศูนย์กลางมากขึ้น โดยศูนย์กลางที่ว่านี้เป็นจุดที่ความเร็วและขอบเขตของการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับสูงสุด และไม่มีอุตสาหกรรมใดที่สามารถหลีกหนีกระแสของ Digital Vortex ได้

จากการคาดการณ์ในปี 2015 มาสู่ปัจจุบันปี 2017  จะเห็นได้ชัดเจนและต้องยอมรับว่าธุรกิจในกลุ่ม Media & Entertainment นั้น ได้รับผลกระทบจาก Digital Vortex มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง  อยู่ในตำแหน่งของศูนย์กลางพายุ  ในประเทศไทยวันนี้ จะเห็นได้ชัดว่าธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ ผู้ผลิตเพลงไทยกับภาพยนตร์ไทย ผู้จัดจำหน่ายสื่อด้านความบันเทิง กำลังทยอยปิดตัวลงเรื่อย ๆ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป หันมาใช้สื่อออนไลน์แทนสื่อในรูปแบบเดิม ๆ

ธุรกิจอื่นอย่างร้านค้าปลีก ก็ต้องรับมือกับการที่ลูกค้านิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น  ธุรกิจการเงินการธนาคาร ก็ต้องปิดสาขาบางส่วนลงไป เพราะผู้คนนิยมทำธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น  การเริ่มทำตลาดของ LINE Mobile ในไทย ที่ไม่มีช้อป ไม่เสียค่าเช่าพื้นที่ในห้าง ไม่เสียค่าจ้างพนักงาน ก็สามารถลดต้นทุนจนทำราคาที่ต่ำลงได้ ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยี

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เป็นผลมาจากเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว  สร้างความกังวลใจให้กับหลายองค์กรธุรกิจทั่วโลกที่ต้องเร่งวางแผนเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว  เป็นหนึ่งในประเด็นปัญหาสำคัญสูงสุดสำหรับผู้บริหาร

แนวโน้มของเทคโนโลยีในปี 2018  เริ่มเป็นที่พูดถึงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่กลางปี 2017 นั่นก็คือ เทคโนโลยี AI ที่ฉลาดล้ำ จะเข้ามาผนึกรวมเป็นส่วนหนึ่งในอุปกรณ์ไฮเทคและอุปกรณ์ IoT ที่รายล้อมรอบตัวในชีวิตประจำวัน  ในส่วนของระบบเครือข่ายของ Cisco ก็จะเสริมอัจฉริยะเข้าไป  จากเดิมที่ผู้ดูแลระบบเครือข่ายจะ Config ให้ทำงานตามที่ต้องการ และเข้ามาแก้ไขเมื่อพบปัญหาที่ไม่ปกติ  แต่ในอนาคตอันใกล้นี้  ระบบจะสามารถคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ และปรับเปลี่ยนการทำงานเองได้  โดยระบบมีการเรียนรู้ ศึกษาความสัมพันธ์จากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ แล้วประมวลผลและตัดสินใจได้เอง

แนวโน้มที่ชัดเจนว่าทุกองค์กร จะมุ่งสู่ Cloud มากขึ้นเรื่อย ๆ ในปีหน้าจะถึงเวลาของ Multi-Cloud ที่มีการใช้บริการ Cloud ทั้งแบบ Private Cloud, Public Cloud และ Saas ควบคู่กัน

ในไทย ก็มี INSEE Digital ของปูนซีเมนต์ไทย เป็นตัวอย่างขององค์กรธุรกิจต้นแบบที่ทำ Digital Transformation ได้สำเร็จอย่างรวดเร็วทั้งระบบ  ปัจจัยความสำเร็จก็คือเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ มีระบบ IoT ที่ทำงานประสานกับ Application ได้ดี ทำให้บริหารสินค้าคงคลังและส่งมอบลูกค้าได้ทันเวลา

ในส่วนของ DBMS ก็ใช้ระบบ TeleInterpreter ช่วยแปลภาษาจากระยะไกล รองรับผู้ป่วยได้ทุกชาติทุกภาษาโดยไม่ต้องจ้างพนักงานประจำสถานพยาบาลมาช่วยแปลหลากหลายภาษาที่คาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ว่าจะมีผู้ป่วยจากชาติใดเข้ามาใช้ตรวจหรือรักษาแบบฉุกเฉิน

ในห้าง Siam Discovery ก็ใช้เทคโนโลยี Cx with Hyper Location ที่นำเสนอรายการส่งเสริมการขายที่ถูกใจลูกค้าเมื่อลูกค้าเดินเข้ามาช้อปปิ้งในโซนที่สนใจ  หรือในส่วนของ Cisco IoT Kinetic & Jasper ก็ถูกนำมาใช้กับคลังสินค้า Sanyo / Panasonic

เห็นได้ชัดว่าอุปกรณ์ไฮเทคพกพา (Mobility) ต่าง ๆ มีการสื่อสารกับอุปกรณ์ IoT ทำหน้าที่ Collect Data แล้วนำมาวิเคราะห์ (Analytics) จากนั้นก็เก็บไว้บน Cloud เพื่อใช้ประโยชน์ทางธุรกิจต่อไป  ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ จะขับเคลื่อนไปได้อย่างราบรื่นสมบูรณ์ก็จะต้องผ่านระบบเครือข่ายที่ทรงประสิทธิภาพ  Cisco มองเห็นแนวโน้มเหล่านี้ จึงพัฒนาโซลูชั่นและเครือข่ายที่มีความฉลาดอัจฉริยะ รองรับระบบ AI ในอนาคตได้เป็นอย่างดี  เพราะในอนาคตจะมีอุปกรณ์ IoT และปริมาณ Data เพิ่มขึ้นอีกมหาศาลทั่วโลก  ระบบเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงมาพร้อมความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว

Share.

About Author

Blogger ที่มีงานเขียน (Content Provider) ให้กับเว็บไซต์ชื่อดังหลายแห่งในไทย ประเภทของเนื้อหา มีทั้งทางด้านอุปกรณ์ไอที-สื่อสาร, Gadget, เครื่องเสียง, เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน, ยานยนต์, สุขภาพชายหนุ่ม, อาหาร, ช้อปปิ้ง, อสังหาริมทรัพย์ และอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Leave a Reply